แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวดัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวดัง แสดงบทความทั้งหมด

วิธีรับมือกับประเด็นร้อน


กรณีดีเอสไอบุกค้นวัดพระธรรมกาย






      จากประเด็นข่าวร้อน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายค้นวัดพระธรรมกาย ในการจับกุมตัว พระเทพญาณมหามุนีหรือ          พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยจะใช้กำลัง ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี 2 กองร้อย ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 1 กองร้อย และตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1 กองร้อย





ที่มาแหล่งข่าว http://goo.gl/UR7kd1





เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เรามาทำความเข้าใจกันนะครับว่า


หมายค้นนั้นสามารถทำได้แค่ไหน




       ปกติการที่จะออกหมายค้นนั้น ต้องออกได้วันต่อวัน และหมายค้นที่ออกมาได้แล้วนั้น จะมีอายุแค่ 12ชั่วโมงเท่านั้น 
       การที่จะค้นนั้น จะค้นได้เฉพาะเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกดิน(ป.วิ.อ.ม.96) ในกรณีที่DSIมีหมายค้น ต้องมาช่วง06.00-18.00 น. เท่านั้นหรือได้เฉพาะช่วงเวลาทำการของราชการเท่านั้น หลังช่วงเวลาจากนี้ไปไม่สามารถทำได้ 





    ก่อนลงมือค้นให้เจ้าพนักงานผู้ค้นแสดงความบริสุทธิเสียก่อน ให้ค้นต่อหน้าผู้ครอบครองสถานที่นั้นๆ (ป.วิ.อ.ม.102) โดยผู้ถูกค้นต้องทำการตรวจสอบเจ้าพนักงานให้ละเอียดก่อน 



  • โดยอ่านหมายค้นให้ละเอียดว่า บ้านเลขที่ถูกต้องหรือไม่ จากศาลไหน 

  • ขอดูบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตรงกับหมายค้นหรือไม่ ว่าเป็นชื่อที่ระบุในหมายค้น ถูกต้องหรือไม่

  • และการที่จะค้นนั้น ค้นเพราะอะไรมี เหตุอะไรที่ต้องค้น



    



      ในกรณีที่ค้นโดยมีหมายต้องเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับสามหรือตำรวจซึ่ง มียศตั้งแต่ชั้นร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเท่านั้น มีอำนาจเป็นหัวหน้าไปจัดการให้เป็นไปตามหมายนั้น 






     หากดีเอสไอจะทำการเข้าจับกุมพระธัมมชโย โดยที่ใช้กำลังตำรวจ ถึง4กองร้อยนั้น(ตามข่าว) บุคคลเหล่านี้ไม่สามารถเข้ามาได้ จะเข้าได้ก็ต่อเมื่อเฉพาะบุคคลที่ระบุตามหมายค้นเท่านั้น (ป.วิ.อ.ม.97)











     การที่ดีเอสไอจะเข้ามานั้น จะต้องปฏิบัติอย่างละมุนละม่อม เปรียบเสมือนผู้กระทำไม่ได้กระทำความผิด อีกทั้งพระธัมมชโยก็ยังไม่มีความผิดด้วย (รัฐธรรมนูญ มาตรา 39)





     ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มาทำการค้น เราไม่สามารถขัดขวางได้ อาจมีความผิด(ป.อ.ม.134แต่ เราก็เข้ามาทำกิจกรรม สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ทำการต้อนรับ ดูแลเจ้าหน้าที่พนักงานได้หรือบ้านๆเรียกว่าไทยมุง








         เพราะฉะนั้น ในทางกฎหมายแล้ว DSI ไม่สามารถใช้กองกำลังจำนวนมากเข้ามาในวัดได้ และ การปฎิบัติต่อผู้ต้องหา ยังต้องปฏิบัติอย่างผู้บริสุทธิ์ ส่วนสาธุชนผู้มาปฏิบัติธรรม ก็ไม่สามารถใช้ความรุนแรงได้ หากเราปฎิบัติอย่าง สงบ อหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง


        อย่างไรก็ตามเราก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ป้องกันมือที่สาม ที่จะมาสร้างสถานการณ์ สู้อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่งสมาธิ นิ่งเฉย ใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว หรือ ตามหลักวิชชาของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญที่ว่า "ไม่สู้ ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป"










ติดตามพวกเราได้ที่


FBพิทักษ์หลวงพ่อด้วยชีวิต


------------------------------------------------------------------------------------
รัฐธรรมนูญ มาตรา 39





  • บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำผิดมิได้

  • ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฎิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้ กระทำความผิดมิได้



ป.วิ.อาญา มาตรา 60 หมายจับ หมายค้น หมายขัง หมายจำคุก หรือหมายปล่อย ต้องทำเป็นหนังสือและมีข้อความดังต่อไปนี้
(1) สถานที่ที่ออกหมาย
(2) วันเดือนปีที่ออกหมาย
(3) เหตุที่ต้องออกหมาย
(4) (ค) ในกรณีออกหมายค้น ให้ระบุสถานที่ที่จะค้น และชื่อหรือรูปพรรณบุคคล หรือลักษณะสิ่งของที่ต้องการค้น กำหนดวันเวลาที่จะทำการค้น และชื่อกับตำแหน่งของเจ้าพนักงานผู้จะทำการค้นนั้น
(5) (ก) ในกรณีออกหมายจับ หมายขัง หรือหมายค้นให้ระบุความผิด หรือวิธีการเพื่อความปลอดภัย
(6) ลายมือชื่อและประทับตราของศาล

ป.วิ.อาญา มาตรา 96 


การค้นในที่รโหฐานต้องกระทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก มีข้อยกเว้นดังนี้
(1) เมื่อลงมือค้นแต่ในเวลากลางวัน ถ้ายังไม่เสร็จจะค้นต่อไปในเวลากลางคืนก็ได้
(2) ในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง หรือซึ่งมีกฎหมายอื่นบัญญัติให้ค้นได้เป็นพิเศษ จะทำการค้นในเวลากลางคืนก็ได้
(3) การค้นเพื่อจับผู้ดุร้ายหรือผู้ร้ายสำคัญจะทำในเวลากลางคืนก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตพิเศษจากศาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา





ป.วิ.อาญา มาตรา 97 


     ในกรณีที่ค้นโดยมีหมาย เจ้าพนักงานผู้มีชื่อในหมายค้นหรือผู้รักษาการแทนซึ่งต้องเป็นพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับสามหรือตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเท่านั้นมีอำนาจเป็นหัวหน้าไปจัดการให้เป็นไปตามหมายนั้น

ป.วิ.อาญา  มาตรา 102  

  • การค้นในที่รโหฐานนั้น ก่อนลงมือค้นให้เจ้าพนักงานผู้ค้นแสดงความบริสุทธิ์เสียก่อน และเท่าที่สามารถจะทำได้ให้ค้นต่อหน้าผู้ครอบครองสถานที่หรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้น หรือถ้าหาบุคคลเช่นกล่าวนั้นไม่ได้ ก็ให้ค้นต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคนซึ่งเจ้าพนักงานได้ขอร้องมาเป็นพยาน

  • การค้นที่อยู่หรือสำนักงานของผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งถูกควบคุมหรือขังอยู่ให้ทำต่อหน้าผู้นั้น ถ้าผู้นั้นไม่สามารถหรือไม่ติดใจมากำกับจะตั้งผู้แทน หรือให้พยานมากำกับก็ได้ ถ้าผู้แทนหรือพยานไม่มี ให้ค้นต่อหน้าบุคคลในครอบครัวหรือต่อหน้าพยานดังกล่าวในวรรคก่อน

  • สิ่งของใดที่ยึดได้ต้องให้ผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลในครอบครัว ผู้ต้องหา จำเลยผู้แทนหรือพยานดูเพื่อให้รับรองว่าถูกต้อง ถ้าบุคคลเช่นกล่าวนั้นรับรองหรือไม่ยอมรับรองก็ให้บันทึกไว้



แหล่งที่มา
https://www.lawphin.com/
http://www.sitluangporsungwarn.com/webboard/index.php?topic=27102.0;wap2


















หยุดสุมไฟศาสนาต้านมหาเถรสมาคม /
พระพุทธะอิสระ ชวนกปปส.,พันธมิตรและคปท.ร่วมต้าน


Overview   ประจำวันที่  15 ก.พ. 2559  


วันนี้พระสงฆ์และฆราวาสผู้ปกป้องศาสนานับหมื่นถูกทหารห้าเข้าพุทธมณฑล  แต่กลุ่มต้านมหาเถรสมาคมกลับไม่เคยถูกห้ามแบบนี้  ล่าสุดพุทธอิสระถึงขั้นชวนกปปส.,พันธมิตร และคปท.ร่วมด้านมหาเถรสมาคมด้วยแล้ว   ท่าทีรัฐบาลที่ไม่ตั้งสมเด็จพระสังฆราชกำลังถูกพุทธศาสนิกชนมองว่าไม่ทำตามกฎหมายเพื่อให้ท้ายกลุ่มต้านมหาเถรสมาคมสร้างสถานการณ์โดยใช้การสุมไฟศาสนาเป็นเครื่องมือ
















เผยแพร่เมื่อ 15 ก.พ. 2016




บ่ายวันนี้ 15 กุมภาพันธ์ 2559 — พระภิกษุสามเณรและคนไทยพุทธกว่าสองหมื่นคน­จากทั่วประเทศ รวมตัวกันอย่างสงบ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่พุทธศาสน­าในเมืองไทย ณ พุทธมณฑล สถานที่ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสน­าของประเทศไทย





การรวมตัวกันของชาวพุทธจากทั่วประเทศในวัน­นี้ เกิดขึ้นเพราะ รัฐที่พยายามเข้าแทรกแซงกิจการสงฆ์ จาบจ้วงดูหมิ่นมหาเถรสมาคมองค์กรปกครองสูง­สุดของสงฆ์ ดูหมิ่นผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราชผู้ถือ­เป็นประมุขสูงสุดของสงฆ์ไทย และดูหมิ่นคณะสงฆ์ อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ซ้ำยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและพระธรรมวินัย พยายามล้มระบบปกครองคณะสงฆ์ไทยอย่างไม่เกร­งกลัวผู้ใด ทำให้พุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศต้องออกมารวมตัวอย่างสงบเพื่อขอ­ความเป็นธรรมจากรัฐบาลไทย




แต่น่าเศร้า กลับมีเหตุการณ์น่าสลด หดหู่ใจ บาดลึกในหัวใจชาวพุทธ – จากเหตุการณ์ที่พระภิกษุขอนำรถบรรทุกอาหาร เข้าไปถวายพระที่มารวมพลัง แต่ทหารกลับมาขัดขวางด้วยวิธีการทางทหาร จนพระต้องป้องกันตัวและห้ามไม่ให้ทหารไปทำ­ร้ายเพื่อนพระภิกษุ แต่สื่อไทยกลับนำเสนอว่าพระใช้ความรุนแรง คนที่มาชุมนุมเป็นพวกหัวรุนแรง





แท้จริงแล้ว เป็นเพียงการปะทะที่เกิดในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ต่อจากนั้นคณะสงฆ์ได้สวดมนต์ ทหารเปิดทางให้ และทุกกิจกรรมในการรวมตัวเป็นไปอย่างสงบ มีการสวดมนต์และสัมมนาอย่างเรียบร้อย





ทำไม? ทหารถึงเข้ามาปิดกั้นการรวมตัวของพระภิกษุ­และชาวพุทธผู้ไม่มีอาวุธในมือและต้องการเร­ียกร้องอย่างสงบ


ยิ่งกว่านั้น ทำไม? สื่อไทยจึงต้องบิดเบือน ไม่เสนอข่าวตามความเป็นจริง





ขอเรียกร้องให้สื่อไทย นำเสนอภาพที่ให้ความเห็นที่เป็นกลาง นำเสนอความจริง ปราศจากอคติ และเป็นประชาธิปไตย.





BY : Youtube
















พระไทยสายบู๊ ทางเพจไม่มีส่วนรู้เห็นแต่จำเป็นต้องนำเสนอ ให้ทราบสถานการณ์

Posted by Thai monks on 9 กุมภาพันธ์ 2016




หากพวกโจรก่อการร้ายมุสลิมยังไม่หยุดก่อเหตุรุนแรงกับชาวพุทธในประเทศไทย รับรองได้ว่า "วีรธุโมเดล" จะเบ่งบ้านในชุมชนชาวพุทธทั่วประเทศไทยแน่ และจะไม่มีใครหยุดแนวคิดเช่นนี้ได้อีกด้วย



เราชาวพุทธเป็นผู้ถูกทำร้ายจากพวกมุสลิมหัวรุนแรงมานานกว่า ๑๒ ปีแล้ว ถึงเวลาที่เราจะล้างแค้นและเอาคืนคนพวกนี้บ้างแล้ว


ข่าว : Channel News Asia สิงคโปร์ 















#แปลกดี 

ตอนกล่าวหาลงหน้า1หลายฉบับเลย

ตอนบอกว่าบริสุทธิ์ ซ่อนในมุมเล็กๆของหน้า15

แต่ก็ขอเจริญพรขอบคุณ #หนังสือพิมพ์ #ไทยรัฐ ที่ช่วยแสดงความจริงเกี่ยวกับ 

#วัดพระธรรมกาย และ#หลวงพ่อธัมมชโย ให้ชาวไทยได้รู้ความจริง