แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเพื่อสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเพื่อสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

เมื่อความรู้เก่าๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก คือ จะต้องทานอาหารให้น้อยลงและควรงดมื้อเย็น ซึ่งวิธีนี้ก็ถูกค่ะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด! เพราะเมื่อคุณทานน้อยหรืออดอาหาร กลไกของร่างกายจะปรับสู่ Safe Mode คือ การเผาผลาญน้อยตาม และเมื่อน้ำหนักลดจนพอใจแล้ว คุณหันกลับไปทานเท่าเดิม ร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน และเผาผลาญไม่ทัน กลายเป็นไขมันสะสมเกาะตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย







ขอบคุณรูปภาพจาก http://fucopurebeauty.weebly.com , http://www.newbirth.biz


รูปร่างของเราจะเป็นอย่างไรนั้น 70 % อยู่ที่พฤติกรรมการทาน ยิ่งไลฟ์สไตล์ชิคๆ ของสาวยุคออนไลน์อย่างเราแล้ว เช้ามาก็รีบวิ่งเข้างาน กินกลางวันกับลูกค้าหน้าคอมพิวเตอร์ ตกเย็นก็ยังคงดินเนอร์กับอาหารตามสั่ง ถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอน วันๆ แทบจะไม่มีเวลาว่างดูแลตัวเอง แต่จะอดอาหาร แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปสู้รบตบมือกับงานวันพรุ่งนี้ละคะ จะดีกว่าไหม? ถ้าคุณสามารถกินอาหารครบ 3 มื้อต่อวันโดยไม่ต้องรู้สึกผิด แถมไม่อ้วนด้วย มารีสตาร์ทตัวเองใหม่กันดีกว่าค่ะ เพียงแค่คุณหันมา “เข้าครัว” และทำกับข้าวทานเอง เพียง 3 สเต็ปง่ายๆ ก็เนรมิตหุ่นสวยได้แล้ว


เลือกทานตามหลักโภชนาการ



ในหนึ่งมื้อสาวๆ ควรทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ แต่เนื่องจากกลุ่มอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเป็นกลุ่มที่ให้พลังงานสูงมาก หากเผาผลาญไม่หมดจะกลายเป็นไขมันสะสม ดังนั้นควรเลือก Eat Clean กินอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะการเลือกกินผักออร์แกนิค และหันมาทานกลุ่มโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารกลุ่มที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยไม่ไปเพิ่มชั้นไขมัน เช่น เนื้อปลา ไข่ขาว และอกไก่ เป็นต้น อีกทั้งทุกมื้อควรมีผัก เพราะ มีกากใย นอกจากช่วยให้อิ่มเร็วแล้ว ยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายด้วย




กะเพราหมูสับไข่ดาว













หลีกเลี่ยง น้ำมัน ตัวร้ายทำลายหุ่น



ในหนึ่งมื้อสาวๆ ควรทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ แต่เนื่องจากกลุ่มอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเป็นกลุ่มที่ให้พลังงานสูงมาก หากเผาผลาญไม่หมดจะกลายเป็นไขมันสะสม ดังนั้นควรเลือก Eat Clean กินอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะการเลือกกินผักออร์แกนิค และหันมาทานกลุ่มโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารกลุ่มที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยไม่ไปเพิ่มชั้นไขมัน เช่น เนื้อปลา ไข่ขาว และอกไก่ เป็นต้น อีกทั้งทุกมื้อควรมีผัก เพราะ มีกากใย นอกจากช่วยให้อิ่มเร็วแล้ว ยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายด้วย







เมนูผักพื้นบ้านนี้อร่อย แต่ไม่ค่อยได้ทาน ร้านอาหารปักษ์ใต้ จะมีเมนูนี้  ยำผักกูด



ยำผักกูด 3 สูตร



ยำผักกูด ตำรับพื้นบ้านภาคใต้



ส่วนผสม



- ผักกูดหั่นประมาณ 1 นิ้ว 1 จาน

- หอมแดง 2 หัว

- กระเทียม (เล็กน้อย)

- พริกไทย ตะไคร้ 1 ต้น

- มะพร้าวคั่วครึ่งถ้วย

- มะพร้าวขูด ขิง (เล็กน้อย)

- เนื้อปลาต้มครึ่งถ้วย

- หัวกะทิ 2 ช้อนโต๊ะ

- พริกสด น้ำมะนาว เกลือ น้ำบูดู



วิธีทำ



1. นำพริกไทย ตะไคร้สดตำละเอียด แล้วหั่นขิง หอมแดง กระเทียมตำให้ละเอียดเข้าด้วยกัน



2. ใส่เนื้อปลาต้ม มะพร้าวคั่ว โขลกให้เข้ากัน ปรุงรสให้เปรี้ยวนำ โดยจะใส่เกลือและน้ำตาลเล็กน้อยหากเป็นแบบพื้นบ้านจะออกแห้งๆ ส่วนการดัดแปลงในตำรับสมัยใหม่ จะเติมหัวกะทิลงไปตอนโขลกเครื่องเพื่อให้มีน้ำขลุกขลิก

จากนั้นลวกผักกุ่มนำมาคลุกกับเครื่องที่เตรียมไว้ อาจเติมน้ำบูดูแทนน้ำปลา โรยพริกซอย ทำให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น

-------------------------------------------------



ยำผักกูด สูตรไทยเลย



ส่วนผสม



- ผักกูด 1 กำ

- หอมหัวใหญ่ครึ่งหัว

- ตะไคร้ 1 ต้น

- พริกสด 3 เม็ด

- มะเขือเทศ 2 ผล

- น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

- น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนชา

- น้ำปลา น้ำตาล



วิธีทำ



1. นำยอดผักกูดมาเด็ดยาวประมาณพอดีคำ ต้มน้ำให้เดือดแล้วเอาผักกูดใส่ลงไปลวกพอสุก เคี้ยวกินพอออกกรอบๆ ตักใส่จาน



2. เตรียมเครื่องปรุง นำหอมหัวใหญ่ ตะไคร้ มะเขือเทศ ซอย น้ำมะนาวเอาผสมน้ำกระเทียมดอง



3. ตำพริก กระเทียม หอม ใส่เกลือนิดหน่อย ตำให้เข้ากันละเอียด แล้วเอาน้ำมะนาวผสมน้ำกระเทียมดองมาใส่



4. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา แล้วเอาผักกูดมาใส่ ใส่หอมหัวใหญ่ ตะไคร้ที่ซอย คนให้เข้ากัน



****เคล็ดลับ หากจะใส่ไข่ดาว ก็ทอดไข่ดาวแล้วนำมาหั่นใส่คลุกเคล้าให้เข้ากัน

----------------------------------------------------

ยำผักกูด สูตร 3



ส่วนประกอบ (สำหรับ 2 ที่)



- ผักกูดลวก 200 กรัม

- น้ำปลา 30 กรัม

- น้ำตาลทราย 10 กรัม

- กุ้งลวกสุกหั่นครึ่ง 100 กรัม

- หอมแดงซอย 40 กรัม

- น้ำมะนาว 40 กรัม

- น้ำพริกเผา 50 กรัม

- พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้นตามยาว 20 กรัม



วิธีทำ



1. ลวกผักกูดในน้ำเดือด พอสุกตักใส่น้ำเย็น นำขึ้นให้สะเด็ดน้ำ



2. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย น้ำพริกเผา ให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย



3. ราดน้ำยำลงบนผักกูด ใส่หอมแดงซอย คลุกให้เข้ากัน ใส่กุ้งลวก คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง จัดใส่จานแต่งหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดง



Cr. สูตรอาหาร bloggang.com

Cr. ภาพอาหาร wongnai.com

ที่มา : Narinsita Narinsita Sansamart













ข้าวคลุกน้ำพริกสดทรงเครื่อง เป็นเมนูอาหารจานเดียวเพื่อสุขภาพรับประทานกับผักสด ผักลวก ที่ทำได้ง่ายๆ  รับรองแซ่บถูกปากแน่นอนจ้า!



ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)




  1. ข้าวหอมมะลิหุงสุก 2 ถ้วยตวง

  2. น้ำพริก 3 ช้อนโต๊ะ

  3. ซอปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ






ส่วนผสมน้ำพริก




  • พริกชี้ฟ้าสีแดงคั่วสุก 4 เม็ด

  • กระเทียมไทยแกะเปลือก 8 กลีบ

  • กะปิแท้อย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ

  • พริกขี้หนูสวน 15 เม็ด

  • กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมะนาว 2 1/2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

  • น้ำปลาแท้อย่างดี 1/2 ช้อนโต๊ะ

  • เครื่องเคียงและผักต้ม

  • ไข่เป็ด 1 ฟอง

  • ฟักทองหั่นชิ้นต้มสุก 1/2 ถ้วยตวง

  • แคร์รอตหั่นชิ้นต้มสุก 1/2 ถ้วยตวง

  • บรอกโคลีลวกสุก 1/2 ถ้วยตวง

  • ถั่วลันเตาหวานลวกสุก 1/2 ถ้วยตวง

  • น้ำเปล่า

  • เกลือป่น






วิธีทำ

1. เตรียมน้ำพริกโดยโขลกพริกชี้ฟ้าให้แหลกใส่กระเทียมและกะปิโขลกให้เข้ากัน ใส่พริกขี้หนูสวน กุ้งแห้งป่น โขลกให้ส่วนผสมเข้ากันปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลทราย น้ำปลา

เคล้าให้ส่วนผสมเข้าเตรียมไว้

2. ต้มน้ำเปล่าให้เดือดใส่เกลือป่นเล็กน้อย ใส่ไข่เป็ดลงต้มนานประมาณ 7 นาทีครึ่ง ตักไข่ออกแช่ในน้ำเย็นทันที

3. ใส่ข้าวหอมมะลิลงในอ่างผสม ใส่น้ำพริก ปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากัน จัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงและผักต้ม














#แก้วมังกรผลไม้ตัวช่วยลดน้ำหนัก



สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนัก นอกจากการเลือกรับประทานอาหารแล้ว ผลไม้ก็เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก เพราะไม่ทำให้อ้วน ลดปริมาณการรับประทานอาหารมื้อหลักลง บรรเทาอาการหิวระหว่างมื้อได้ค่ะ



แก้วมังกรเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ดี ในการควบคุมน้ำหนัก แถมยังช่วยให้ผิวสวย เต็มไปด้วยวิตามินซี วิตามิน บี 1 บี 2 บี 3 แคลเซียม ธาตุเหล็ก



- มีพลังงานต่ำซึ่ง 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 66 แคลอรี่เท่านั้น

- ช่วยให้อิ่มนาน

- มีกากใยสูง

- และช่วยลดคอเลสเตอรอล



ღ´¨) ด้วยรักและห่วงใยจาก

Good Look Good Health by โค้ชหมู

Cr : Sivakorn Jiranontasiri
















อาหารเสริมบํารุงสมอง เพิ่มความจํา




สมองเลิศ ความจำดี เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการจะให้มีอยู่กับตัวเรานานๆ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมก่อนวัย และ ทำอย่างไรจึงจะทำให้สมองยังคงดี อยู่กับเราตลอดชีวิต

การเลือกรับประทานอาหารที่ดี เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยดูแลสมอง เริ่มต้นดูแลสมองของคุณด้วยอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสมองและความจำจะได้อยู่กับเราไปนานๆ



อาหารบำรุงสมองและช่วยเพิ่มความจำ 11 ชนิดที่ควรรับประทาน



1. ปลาทะเล

จริงอย่างที่เขาว่ากันว่ากินปลาแล้วจะฉลาด โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาแฮริ่ง เป็นต้น ปลาพวกนี้เป็นอาหารที่ประโยชน์สูงสุดต่อสมองมาก แต่ถ้าหาปลาทะเลมารับประทานลำบาก หรือไม่มีเวลาเตรียมอาหาร ก็สามารถกินอาหารเสริมประเภทน้ำมันปลาแทนได้



2. ผลไม้รสเปรี้ยวตระกูลเบอร์รี 

ได้แก่ บลูเบอรี่ สตรอว์เบอรี เชอรี จะช่วยเสริมสุขภาพสมอง ระบบหมุนเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง ช่วยลดความดันโลหิตที่สูงให้สมดุล มีวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเพิ่มความสามารถในการคิดและระดับไอคิวได้อีด้วย ทั้งยังป้องกันการสูญเสียความจำระยะสั้น ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์ประสาทในฮิปโปแคมปัสที่ทำหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อความทรงจำ โดยเฉพาะบลูเบอร์รีสด ดีต่อความจำระยะยาวมากที่สุด เหมาะแก่การรับประทานเป็นอาหารว่าง เพราะไม่ทำให้อ้วน และยังได้วิตามินซีเพิ่มอีกด้วย



3. ผักโขม 

ช่วยลดอาการความจำเสื่อมโดยเฉพาะในผู้หญิง มีการวิจัยพบว่าหญิงวัยกลางคนที่รับประทานผักโขมร่วมกับผักใบเขียวชนิดอื่นๆ เป็นประจำ ช่วยลดอาการความจำเสื่อมไปได้ถึง 2 ปี ผักโขมมีเอนไซม์ที่ดีต่อความแข็งแกร่งของปลายเซลล์ประสาท และเสริมความแข็งแรงตัวรับส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาท ทั้งยังมีกรดโฟลิกสูงที่ดีต่อการจำ ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย นักประสาทวิทยาแนะนำให้กินผักโขมอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะผักโขมที่ปลูกแบบออร์แกนิก ซึ้งไร้สารพิษตกค้าง



4. ไข่ 

เป็นที่รู้จักกันดีว่าช่วยพัฒนาระบบการทำงานของสมอง โดยล่าสุดนี้พบว่าสาร “โคลิน ” ในไข่ไก่จะทำหน้าที่สำคัญต่อการพัฒนาการทำงานของสมอง และความจำ โดยมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ในสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า สมองของทารกที่มารดารับอาหารที่มีโคลินนั้นจะมีพื้นที่การจดจำ และควาสามารถในการจำมากกว่า ไข่ไก่สามารถให้พลังงานนานนับหลายชั่วโมง ไม่ทำให้หิวบ่อยๆ และไม่ต้องกลัวโคเลสเตอรอลสูงอีกด้วย



5. อาหารแบบเมดิเตอร์ริเนียน 

ที่เน้นน้ำมันมะกอก สุดยอดน้ำมันที่สกัดจากพืชโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสมองในปริมาณสูง เป็นส่วนประกอบสำคัญ ส่วนผสมอื่นๆ ของอาหารปะเภทนี้จะเน้นผักและผลไม้ โดยเฉพาะมะเขือเทศ ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสมอง และลดอาการสมองเสื่อมได้ คนที่บริโภคแบบเมดิเตอร์ริเนียนนี้เป็นประจำจะช่วยลดอัตราการเป็นโรคความจำ เสื่อม หรือหลงลืมได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์



6. แครอท 

หากต้องการกระตุ้นให้สมองทำงานอย่างสดชื่นแบบเร่งด่วน ควรรับประทานผลไม้สด โดยเฉพาะแครอทสด โดยรับประทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยกระตุ้นให้มีความจำที่ดีได้



7. พืชตระกูลถั่ว 

ไม่ว่าจะเป็น ฮาเซลนัท อัลมอนด์ ถั่วลิสง แมคคาเมีย และวอลนัท ที่ถือได้ว่าเป็นราชาแห่งถั่ว ล้วนเป็นแหล่งรวมโปรตีน มีไฟเบอร์สูง และมีไขมันดีมาก เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ช่วยทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉง ขณะที่โปรตีนและไขมันช่วยให้ร่างกายสมดุล สงบ ผ่อนคลาย อีกทั้งยังมีวิตามินอีที่สำคัญต่อกระบวนการคิดและจำ



8. อาหารประเภทธัญพืช 

เช่น เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา เมล็ดแฟลกซ์ที่มีโปรตีนสูง มีไขมันดี และวิตามินเอสูง ขณะเดียวกันก็มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเพิ่มสารอาหารกระตุ้นสมองอย่าง แมกนีเซียม ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดี เต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร มีปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม รวมทั้งยังมีโอเมก้าสูง และจะดีมากหากรับประทานเป็นอาหารเช้า เพื่อเพิ่มพลังในวันใหม่



9. แอปเปิ้ล

การดื่มน้ำแอปเปิ้ลวันละประมาณ 2 แก้ว หรือรับประทานแอปเปิลวันละ 2-3 ลูก มีส่วนช่วยเพิ่มการสร้างสื่อประสาทใบสมองที่มีชื่อว่า ” อะเซทิลโคลีน ” ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสามารถเรียนรู้ในการจำ และการเรียนรู้ และยังเพิ่มประสิทธิภาพความจำของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส จึงช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้



10. ช็อกโกแลต 

ช็อกโกแลต ช่วยกระตุ้นสมอง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยระบบหมุนเวียนเลือด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ ที่สำคัญช่วยพัฒนาความจำได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังที่ผลิตสารเอ็นดอร์ฟิน และเซโทโรนิน ที่เป็นสารแห่งความสุขในสมอง ทำให้อารมณ์ดี โดยพกแท่งเล็กๆไว้ในกระเป๋าไว้กินเวลาว่างเมื่อต้องการความสดชื่นจะช่วยผ่อนคลายสมองได้



11. แปะก๊วย 

เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า อาการหลงๆ ลืมๆ จึงนิยมแนะนำให้ใช้เพื่อปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิตในสมอง เพราะเมื่อสมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ย่อมเสื่อมสมรรถภาพและฝ่อไปในที่สุด ส่งผลต่อการกระทำงานและประสิทธิภาพของสมอง และยังมีการสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริม















" ชะคราม " หรือในบางพื้นที่อาจจะเรียกว่า " ชักคราม " หรือ " ส่าคราม " เป็นไม้ล้มลุก และเป็นวัชพืชที่เจริญเติบโตได้ง่ายในบริเวณที่ดินเค็ม ใบของชะครามจะดูดเอาความเกลือจากดินมาเก็บไว้ จึงทำให้ใบมีรสเค็ม ซึ่งเมื่อใบชะครามแก่ขึ้นเรื่อยๆ ความเค็มก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย



ฉะนั้น เวลาจะเลือกชะครามมาปรุงอาหารให้เลือกใช้ใบอ่อน นำมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วต้มคั้นน้ำทิ้งไป 2-3 ครั้งเพื่อให้ลดความเค็มลง จากนั้นก็นำไปทำอาหารจานเด็ดได้เลย ซึ่งก็ทำได้หลากหลายเมนู อย่างเช่น ยำชะคราม ใส่ลงไปในแกงเผ็ดกับปูหรือกุ้ง ทำเป็นผักลวกจิ้มราดกะทิกินคู่กับน้ำพริก นำไปใส่ไข่เจียวแทนชะอม หรือเอาใบชะครามไปชุบแป้งทอดก็อร่อยเหมือนกัน



นอกจากจะเป็นส่วนประกอบในอาหารหลายจานแล้ว ชะครามก็ยังมีสารอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็ง ที่เริ่มมีผู้สนใจทำวิจัยสาระสำคัญในชะครามเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้า



ในส่วนรากของชะคราม ให้กินเป็นยาบำรุงกระดูก แก้พิษฝีภายใน ดับพิษในกระดูก แก้น้ำเหลืองเสีย ผื่นคัน แก้โรคผิวหนังและเส้นเอ็นพิการ



ลำต้นและใบของชะครามก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเราเช่นกัน เพราะตัวชะครามดูดเกลือจากดินมาเก็บไว้ ทำให้มีธาตุไอโอดีนสะสมอยู่ ซึ่งสามารถป้องกันโรคคอพอกได้ และยังมีสรรพคุณใช้รักษารากผม แก้ผมร่วงได้ด้วย



Cr. แหล่งข้อมุลที่มา manager.co.th

Cr. ภาพอาหาร Internet

ที่มา : Narinsita Narinsita Sansamart