แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โครงการบวชพระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โครงการบวชพระ แสดงบทความทั้งหมด



 วัดพระธรรมกาย – ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม ฯ จัดบวชบูชาธรรม ฯ ทดแทนคุณบิดามารดา สืบอายุพุทธศาสนา



พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ประชาสัมพันธ์การอุปสมบทบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ ประจำปี 2564 กล่าวว่า วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย ร่วมกับองค์การพุทธโลก ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมทั่วประเทศ คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ชมรมพุทธศาสตร์สากลในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และองค์กรภาคีเครือข่าย จัดอุปสมบทบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ ประจำปี 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระแสธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แผ่ปกคลุมทั่วผืนแผ่นดินไทยให้ดับร้อนฝ่าวิกฤติไปสู่ความเข้มแข็งและเจริญรุ่งเรืองต่อไป ประชาชนทุกหมู่บ้านทั่วประเทศได้ร่วมสั่งสมบุญบารมีในการอุปสมบทหมู่ และเป็นแบบอย่างอันดีให้เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ผู้อุปสมบทได้มีโอกาสศึกษา ปฏิบัติธรรม เป็นหลักในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและเป็นการฟื้นฟูประเพณีการบวชของชายไทย ให้กลับมารุ่งเรืองเหมือนครั้งบรรพกาล นอกจากนี้ ผู้บวชยังมีโอกาสได้บวชทดแทนคุณบิดา มารดา และมหาปูชนียาจารย์ด้วย


ทำไมจึงบวช

พระมหาวุฒิชัย วุฑฺฒิชโย ป.ธ.9, ดร. เด็กเภสัชจุฬา ฯ บวชด้วยเหตุผลอะไร ?


เลือกมาเส้นทางนี้ เพราะคิดว่าเป็นทางที่ดีกว่า “การบวช” คือความรู้ทางโลกมันมีเยอะ ส่วนความรู้ที่คนไม่เคยรู้ก็คือความรู้เรื่องตัวเอง ซึ่งมันเป็นความรู้ที่ไม่สามารถหาเรียนได้ที่ไหน นอกจากความรู้ในพระพุทธศาสนา และเพื่อตอบตัวเอง ให้รู้จักเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ว่าเราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายชีวิต และอยากทำในสิ่งที่ดีงาม แต่สิ่งที่อยากได้จริง ๆ คือ อยากฝึกสมาธิ เพราะการเรียนในชั้นสูง ๆ ต้องใช้สมาธิเยอะมาก เราก็เลยอยากฝึกสมาธิ และใช้สมาธินี่แหระไปใช้กับการศึกษา

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่คิดว่า สมาธิดีจริง เพราะมันมีผล คือ เวลานั่งสมาธิแล้ว ช่วยให้เรียนดีขึ้นจริง พอได้มาบวช ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าชีวิตแต่ละวันแต่ละคืนมันมีคุณค่ามาก แต่วันต้องตื่นเช้าสวดมนต์ นั่งสมาธิ รับบุญต่าง ๆ ตลอดวันแทบไม่มีเวลาวางเลย ซึ่งมันเหนื่อยนะ แต่ความรู้สึกนั้นกลับกลายทำให้รู้สึกว่ามันมีคุณค่า เพราะมันเหมือนมีบุญหล่อเลี้ยงตลอดเวลา ทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างชีวิตของฆราวาสทางโลกกับทางธรรม มันต่างกันโดยสิ้นเชิง การเป็นนักบวช คือ ชีวิตที่ไม่ต้องแข่งขันกับใคร อยู่ด้วยการแบ่งปัน ช่วยเหลือ ประคับประคองกัน ซึ่งมันคือความสุขใจ จึงตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตด้วยการ “บวช” ตั้งแต่ปี 2539 จนกระทั่งปัจจุบัน 25 ปี แล้วที่อยู่เพศสมณะ ไม่เคยทิ้งการปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิธรรมเลย


พระมหาโกมล สุภจิตฺโต ป.ธ.9 เด็กวิศวะไฟฟ้า บวชเพื่อหาคำตอบให้ชีวิต


เมื่อปี 2542 เคยได้มีโอกาสมาบวชสามเณร พอลาสิกขาไปก็ตั้งใจรักษาศีล นั่งสมาธิสวดมนต์คนเดียว วันอาทิตย์ก็ไปวัดทำบุญ แต่คนรอบข้างไม่เข้าใจ อักทั้งโดนกระแสสังคมบีบคั้นมาก ๆ เราก็ไม่ไปวัดอีก แล้วก็ไปใช้ชีวิตเหมือนคนอื่น ๆ ทั่วไป จนกระทั่งสอบติดคณะวิศวะไฟฟ้า และพี่ชายก็ทำบริษัทเกี่ยวกับหม้อแปลงไฟฟ้า ฉะนั้นเรียนจบมามีงานทำแน่นอน

ตอนที่กำลังเรียนมันก็เกิดความรู้สึกว่า เราเกิดมาแค่เรียนหนังสือ ทำงาน มีครอบครัวแล้วก็ตาย แค่นี้ใช่ไหม แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้เลย ไม่ว่าจะไปอ่านหนังสือเล่มไหน ก็เกิดความกลัว กลัวตายก่อนที่จะรู้คำตอบ จนกระทั่งไปฟังเทศจากพระรูปหนึ่งว่า การตายจากโรคบางอย่างเกิดจากอะไร ฟังแล้วมันรู้สึกมีเหตุมีผล ก็เกิดความสนใจตั้งแต่ตอนนั้น พอได้มาบวชได้มานั่งสมาธิ ได้เรียนบาลี เราก็รู้สึกว่าได้รักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้เอามาฝึกฝนอบรมตนเอง และเห็นความสำคัญของการนั่งสมาธิ ตอนนี้ บวชมา 17 พรรษาแล้ว อีกสิ่งหนี่งที่เป็นกำลังใจสำคัญก็คือคำสอนของหลวงพ่อ ที่ไม่เคยคิดเอาอะไรมาเป็นอุปสรรคและเงื่อนไขในการสร้างบุญสร้างบารมี ขอให้เป็นบุญกุศลทำได้หมด นี่คือสิ่งที่หลวงพ่อสอนมาตลอด จึงเป็นเหตุให้อาตมารักการเป็นพระมาจนทุกวันนี้


ผลจากการสร้างศาสนทายาทและส่งเสริมการศึกษาพระบาลีมาอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2564 วัดพระธรรมกายมีพระภิกษุ-สามเณรผู้สอบผ่านบาลีสนามหลวงทุกชั้นประโยคตั้งแต่ ป.ธ.1-2 ถึง ป.ธ.9 รวมทั้งสิ้น 201 รูป เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศรองจากวัดโมลีโลกยารราม


“การอุปสมบทบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ประจำปี 2564 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2564 - วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 อุปสมบท วันที่ 6 – 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ณ วัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ภายใต้มาตรการสาธารณสุขป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด สมัครบวชได้ตั้งแต่วันนี้ ณ ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมทั่วประเทศ หรือสมัครออนไลน์ที่ http://www.บวช.com/ และ www.dmycenter.com 

สอบถามเพิ่มเติมหมายเลขโทรศัพท์ Call Center 02-831-1234” 

พระครูสมุห์สนิทวงศ์กล่าว


หลักฐานการสมัครบวช

1. สำเนาทะเบียนบ้าน

2. สำเนาบัตรประชาชน

3. หลักฐานการศึกษา


คุณสมบัติผู้เข้าอบรม

1. เป็นชายแท้ อายุ 20 ปี ขึ้นไป

2. มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อ โรคจิต โรคประสาท หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่ร้ายแรง

3. ไม่ติดยาเสพติดให้โทษทุกชนิด

4. ร่างกายไม่ทุพพลภาพ

5. เป็นผู้อยู่ง่าย กินง่าย ไม่เป็นอุปสรรคต่อการอบรม

6. มีคุณสมบัติอื่น ๆ ของผู้บวช ตามกฎมหาเถรสมาคม

โครงการอุปสมบทหมู่ รุ่นเข้าพรรษา 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย


โครงการอุปสมบทหมู่ รุ่นเข้าพรรษา 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย
25 มิ.ย. - 6 พ.ย. 2559 (รวม 135 วัน)
บวชฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย



รับสมัครบวชตั้งแต่วันนี้ - 25 มิถุนายน พ.ศ.2559
สมัครบวชและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-831-1234 , 087-707-7771 ถึง 3



590419_01.jpg - 160.65 kb





      การบวช เป็นวิธีการง่าย ๆ ที่ทำให้เราได้ตอบแทนคุณพ่อแม่ได้ดีที่สุด ตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้หลักไว้ แม้เราจะเลี้ยงดูท่านให้สุขสบายเพียงไร ก็ไม่


ขึ้นชื่อว่าแทนคุณท่านหมดหากเรายังไม่สามารถทำให้พ่อแม่มีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา ในพระพุทธศาสนาเพราะการให้ทรัพย์และเลี้ยงดูท่านอย่างดีสักเพียงใด ก็


ถือเป็นสิ่งที่ช่วยท่านได้เพียงชาติเดียวอีกทั้งก็ไม่ใช่สิ่งที่ประกันได้ว่า..จะปิดอบาย และทำให้ท่านมีสุขในโลกหน้า


      ดังนั้น ชาตินี้มีบุญได้เกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกันแล้ว ก็ควรบวชให้ท่าน เพราะพ่อแม่จะได้บุญจากการบวชของลูกชายแท้ ๆ มากกว่าที่จะให้ใครมาบวชให้หรือแม้พ่อ


แม่จะละโลกไปแล้ว ท่านก็ยังรอคอยบุญจากการที่ลูกชายบวชให้อยู่เสมออีกทั้งท่านจะซาบซึ้งว่า..ลูกชายคนนี้ ยังไม่ลืมและยังคงคิดถึงท่านตลอดเวลาที่สำคัญมหา


กุศลอันยิ่งใหญ่จากการบวชนี้ จะทำให้ท่านพ้นทุกข์และมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป ทุกภพทุกชาติ ดังนั้น อย่าให้พ่อกับแม่รอคอยการบวชต่อไปอีกเลย เพราะถ้าลูกไม่บวช


แล้วใครจะบวชให้พ่อกับแม่...







กำหนดการอบรม



ระยะเวลาในการอบรม (153 วัน)


• วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน - วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2559


เริ่มอบรม


• วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2559 ณ วัดที่เป็นศูนย์อบรมและศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ


วันบรรพชา


• วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2559 ณ วัดพระธรรมกาย


วันอุปสมบท


• วันอาทิตย์ที่ 10 - วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2559 พร้อมกันทั่วประเทศ ณ วัดที่เป็นศูนย์อบรมและศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ


รับประกาศนียบัตร - ปิดการอบรม


• วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2559


สถานที่อบรม


• วัดที่เป็นศูนย์อบรมและศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ





คุณสมบัติของผู้บวช


• เป็นชายแท้ จบการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้น ม.๓ ขึ้นไป และมีอายุระหว่าง ๒๐ - ๕๐ ปี


• สามารถเข้าอบรมได้ตลอดระยะเวลาการอบรม


• เป็นผู้มีความประพฤติดี พร้อมที่จะรักษาระเบียบวินัยได้


• สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคลมชัก โรคเบาหวาน โรคจิตประสาท โรคไต โรคหอบหืด เป็นต้น


• ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ


• ไม่มีรอยสักขนาดใหญ่ หรือสักรูปไม่เหมาะสมอยู่นอกร่มผ้าเมื่อห่มจีวร


• ร่างกายไม่พิการ เช่น ตาบอด หูหนวก แขนขาขาด เป็นต้น


• มีคุณสมบัติผู้บวชอื่น ๆ ตามกฎของมหาเถรสมาคม



หลักฐานการสมัคร


• รูปถ่ายขนาด ๑ หรือ ๒ นิ้ว ไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่นดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน จำนวน ๑ ใบ


• สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน ๑ ชุด


• สำเนาหลักฐานการศึกษา จำนวน ๑ ชุด


• ใบรับรองแพทย์และระบุผลการตรวจเลือด HIV



ของใช้ในการอบรมที่ต้องนำมาเอง


• ชุดอบรมธรรมทายาทสีขาวล้วน ไม่มีลาย จำนวน ๒ ชุด


• เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว ไม่มีลาย จำนวน ๑ ตัว (ใช้ในวันบรรพชา)


• ของใช้ส่วนตัว เช่น ขันน้ำสีขาว สบู่ แชมพู ผงซักฟอก แปรงสีฟันและยาสีฟัน ไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย


• กางเกงขาสั้นหรือผ้าขาวม้าสำหรับใส่อาบน้ำ และผ้าเช็ดตัวสีเหลือง


• ยาประจำตัว เช่น ยาแก้แพ้ ยาทากันยุง ยาแก้โรคกระเพาะ


• ผ้าห่มสีเหลือง จำนวน ๑ ผืน


• มีดโกนหนวดพร้อมใบมีด อย่างน้อย ๔ ใบ


• รองเท้าแตะสีน้ำตาล จำนวน ๑ คู่



ของที่ไม่ใช้ในการอบรม


• หนังสืออ่านเล่น หรือสื่อที่เป็นอุปสรรคต่อการฝึกสมาธิ


• อาหารและของขบเคี้ยวทุกชนิด


• เครื่องเล่นสื่อทุกชนิด เช่น วิทยุ, ซีดี, MP3, MP4


• กระจกเงา รูปถ่ายญาติมิตร และกล้องถ่ายรูป


• ของมีค่าและเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ เป็นต้น


• อุปกรณ์สำหรับติดต่อสื่อสารทุกชนิด เช่น โทรศัพท์มือถือ


(หมายเหตุ: คณะกรรมการจะตรวจและดูแลของเหล่านี้แทนท่านระหว่างการอบรม)



ของที่ห้ามนำติดตัวตลอดการอบรม


• วัตถุมีคม อาวุธ สิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินต่าง ๆ


• บุหรี่ รวมถึงยาเสพติดทุกชนิด








“การบวช” เป็นวิธีการง่าย ๆ


ที่ทำให้เราได้ตอบแทนคุณพ่อแม่ได้ดีที่สุด












เมื่อชายแมนๆ และพี่ๆสื่อทั้งหลายมาถึงวัดทั้งที
เหล่ายอดกัลยาณมิตรก็ไม่พลาดที่จะชวนมาบวชเข้าพรรษา
‪#‎มาครั้งหน้าอย่าลืมเตรียมเอกสารหลักฐานการสมัครมาด้วยนะครับ‬ ^^






ซุป ตาร์ หน้าใส หัวใจเป็นพระ “ณเดชน์ คูกิมิยะ”





“ผมว่าการบวชเป็นพระ เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลยครับ
ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ลูกผู้ชายเกิดมาต้องบวชสักครั้งหนึ่ง
เอหิปัสสิโก ท่านจงมาดูเถิด” 





นี่คือวลีเด็ด พระเอกชื่อดัง ณ เดชน์








ชีวิตหลังบวช สุดพีค! ของซูเปอร์สตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ




ชีวิตหลังบวช สุดพีค ! ของซุป’ตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ



ใครๆ ก็ทราบว่า ณเดชน์เคยบวชแล้ว เมื่อเดือนธันวาคม 2558



แต่ใครๆ อาจจะยังไม่ทราบว่า หลังจากสึกแล้วเขาพูดถึงประสบการณ์ชีวิต



ในช่วงนั้นอย่างไร? นี่คือวรรคทองจากการให้สัมภาษณ์ของพระเอกชื่อดังคะ





 “ผมว่าการบวชเป็นพระ เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลยครับผมพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ลูกผู้ชายเกิดมาต้องบวชสักครั้งหนึ่งเอหิปัสสิโก ท่านจงมาดูเถิด”













บอกตามตรงว่าหลังจากไปนั่งจิบกาแฟพร้อมกับอ่านบทสัมภาษณ์ของซุปตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ เกี่ยวกับชีวิตหลังบวช ในนิตยสารดิฉัน อ่านแล้วเกิดแรงส่งความถี่สูงขึ้นในบัดดล



เพราะเรื่องราวดีๆ แบบนี้ต้องขยาย แต่ขอนำมาเล่าเพียงบางส่วนเท่านั้นนะคะ



หากอยากอ่านเรื่องราวเต็มๆ คงต้องไปยกเล่มดิฉัน มาอ่านกันละคะ







เคยสงสัยไหมคะว่าทำไม ลูกผู้ชายต้องบวช?การบวชมีประโยชน์ มากกว่าการสืบประเพณีตามๆ กันมาอย่างไร?



สองคำถามนี้อาจจะติดอยู่ในใจ คนหนุ่มสาว Gen  Y  และ Gen C อีกหลายล้านคน







เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2558 ณเดชน์ คูกิมิยะ นักแสดงคิวทอง

















ได้ตัดสินใจเทคิวให้การอุปสมบท แบบทันทีทันใด แล้วเขาตั้งใจอย่างจริงจัง



ว่าจะบวชให้ได้ 15 วัน หลังจากไปกราบหลวงปู่ทอง วัดนาหลวง ที่จังหวัดอุดรธานี



และการบวชครั้งนั้นของเขาเป็นการอุปสมบทหมู่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล



มีคนมาบวชในโครงการนี้กว่า 800 คน













สงสัยเหมือนกันไหมคะว่า ระดับซูเปอร์สตาร์มาบวชพร้อมกับคนอีกเกือบพัน



บรรยากาศคงโกลาหลไม่น้อย เพราะใครๆ ก็คงอยากจะถ่ายรูปกับ ซุป ’ตาร์ สักครั้ง



ณเดชน์เล่าว่า ได้มาบวชโครงการนี้มีแต่ความโชคดีล้วนๆ ถึงแม้ว่าคนจะเยอะ



เพราะบวชคนเดียว ไม่รู้จะเคร่งครัดอดทนในการฝึกตนขณะบวชแค่ไหน



การบวชกับโครงการฯ ก็เป็นเหมือนโรงเรียน มีกฎระเบียบ



มีตารางทำกิจกรรมชัดเจน ทำให้ได้ฝึกตัวเอง ฝึกความอดทน



ซึ่งก็มีบ้างที่บางคนไปต่อไม่ไหว แล้วขอลาสิกขาก่อนจบโครงการ











วัดนาหลวง จังหวัดอุดรธานี วัดป่าแห่งนี้มีพื้นที่ตั้งอยู่บนเขาทั้งลูก ห่างไกลจากชุมชนการเดินทางขึ้นไปค่อนข้างลำบาก



 ทุกเช้าพระที่จะออกบิณฑบาตต้องเดินลงเขาด้วยเท้าเปล่า



เป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรกว่าจะไปถึงหมู่บ้าน



ในช่วงที่บวชณเดชน์นั้น ตัวเขาเองรับบาตรอยู่เฉพาะภายในพื้นที่วัดโดย



เขาต้องเดินเท้าเปล่าจากกุฏิ ลงมาถึงโรงครัวระยะทางก็ไกลประมาณ 1 กิโลเมตร



แล้วเวลาฉันภัตตาหาร ก็จะนำอาหารคาวหวานทุกชนิดใส่ลงในบาตร



ตักมาเท่าไหร่ต้องฉันให้หมด ฉันเสร็จมีพระอาจารย์มาเดินตรวจบาตรอีกด้วย



 ณเดชน์เล่าว่า ตอนแรกก็ตักเยอะเพราะเป็นอาหารอีสานของโปรดทั้งนั้น



จึงฉันด้วยความทรมาน เพราะตักมาจนเกินอิ่ม ทำให้เขาได้ข้อคิดว่า



 “มีมากก็ทรมาน มีน้อยก็ทรมาน ความพอดีนี่แหละสัจธรรม”



ข้อคิดที่เกิดจากประสบการณ์ที่ตรง ถึงแม้เราไม่นึกจดจำ



แต่ก็ไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตจริงไหมคะ มาถึงส่วนของกิจวัตรกิจกรรม



ที่ณเดชน์ต้องทำในแต่ละวัน พร้อมกับพระร่วมรุ่นอีก 800 รูปนั้น



ก็มีทั้งการสวดมนต์ ฟังธรรมะ นั่งสมาธิ เดินจงกรม



ทุกกิจกรรมล้วนคืนสู่สามัญด้วยเท้าเปล่า ที่เรียกได้ว่าติดดินอย่างเป็นรูปธรรม









       

โดยเฉพาะช่วยเดินจงกรมมีอยู่วันหนึ่ง ณเดชน์เดินไกลถึง 3 กิโลเมตร



เขารู้สึกระบมเท้ามาก พอกลับมาถึงกุฏิ ยิ่งรู้สึกปวดลึกเข้าไปถึงกระดูกฝ่าเท้า



ชนิดที่ว่าเดินแทบไม่ได้ ทำให้เขาย้อนมองกลับไปว่า



 “พระที่ท่านเดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่าๆ นี่สุดยอดเลย”



สิ่งที่บ่งบอกถึงความจริงจังตั้งใจอีกเรื่องหนึ่งคือ



เข้ามาบวชวันแรกเขาก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งเลย



ฝากบอกแม่ว่าถ้ายังไม่สึกหาละเพศยังไม่ต้องเอามาให้นะ



เขาไม่ต้องการติดต่อกับใคร ขอตัดขาดทุกอย่าง



เพราะหากลงมือทำอะไรเขาก็ทำให้ดีที่สุด เมื่อเป็นพระก็ต้องสำรวม ให้เปะ!



จนตัวเขาเองเริ่มรู้สึกเครียด และกังวลกับการไปให้ถึงจุดนั้น



มาถึงจุดหนึ่งจึงได้ทำความเข้าใจกับเพศภาวะความเป็นพระ



เขาก็เริ่มปล่อยวางความยึดติด ความเคร่งเครียดก็คลี่คลายลง



เกิดความโล่ง ความสบาย จนได้พบความสงบ



ณเดชน์บอกว่า ตอนนั้นเกิดข้อคิดอะไรหลายๆ อย่างที่



อธิบายได้ยาก ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเองนะครับ



มีประโยคบาลีประโยคหนึ่งที่ ณเดชน์จดจำได้แม่นยำคือ



 “เอหิปัสสิโก ท่านจงมาดูเถิด”













การบวชเป็นพระถือเป็นช่วงเวลาที่เขาได้อยู่กับตัวเอง



 ปลอดจากความกังวล ทั้งเรื่องเงิน เรื่องงาน เรื่องครอบครัว และคนรอบข้าง



ทำให้เขามีเวลาหันกลับมามองตัวเอง แล้วทบทวนชีวิตที่ผ่านมา



ทำให้มองปัญหาหลายๆ อย่าง ด้วยความเข้าใจ



ไม่กลัวที่จะเผชิญกับปัญหา แม้ว่าไม่เคยเผชิญกับมันมาก่อน



ซึ่งพระอาจารย์ก็บอกกับเขาว่า


“สิ่งที่เรากลัวคือเรากลัวจิตใจกลัวความคิดของเราเองมากกว่า”








การใช้ชีวิตหลังบวชในวงการบันเทิง เขายอมรับว่า แม้จะนำสิ่งที่ฝึกฝนตอนเป็นพระ



มาผสมผสานกับชีวิตทางโลกได้ไม่ทั้งหมด แต่เขาก็รับมือกับมันได้ดีขึ้น



“อาจจะเป็นเพราะว่าผมอยู่กับความวุ่นวาย จริงๆ ทุกคนนั่นแหละ



การอยู่ในสังคมมักจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้น มีปัญหา มีความพอใจไม่พอใจ



ที่จำมาทำหลังจากสึกแล้ว คือทำสมาธิ เช่น เวลาที่มันวุ่นวายมากๆ



 ผมก็จะหาเวลาหลับตาสักพัก ทำให้เกิดความสงบเป็นหนทางดับทุกข์จริงๆ



ณเดชน์ยอมรับว่า การบวชทำให้เขารู้วิธีรับมือกับปัญหาอะไรหลายๆ อย่าง



มีภูมิคุ้มกันในตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องอารมณ์ เรื่องคน เรื่องงาน และสิ่งแวดล้อม



จิตใจนิ่งมากขึ้น มีกระบวนการคิดที่ดีขึ้น”



..ผมว่าการบวชเป็นพระเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลยครับ..















อีกหนึ่งแง่มุมที่เขาพูดถึง นั่นคือการบวชนอกจากจะเกิด ประโยชน์ตนแล้ว



ก็ยังเป็น ประโยชน์ท่าน อีกด้วย และ ท่านที่หมายถึงนั้น คือพ่อแม่ผู้ปกครอง คะ



“ผมเชื่อว่าผู้ปกครอง เวลาลูกหลานบวชก็ปลื้มใจ



เราชาวพุทธได้เห็นชายผ้าเหลือง



เป็นความสุขของคนเป็นพ่อเป็นแม่ จริงๆ เป็นเรื่องที่ดี



ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ลูกผู้ชายเกิดมาต้องบวชสักครั้งหนึ่ง



ถ้าใครไม่บวชนี่ ถือว่าพลาดไหม พลาดมั๊ย พลาดในฐานะชาวพุทธ



นี่คือสิ่งที่คุณควรจะเรียนรู้”











แม้ว่า ณเดชน์จะย้ำว่าการบวชเป็นพระนั้น ทำให้เขาได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น



ปล่อยวางภาระกิจการงาน แต่ความจริงแล้วการถือเพศภาวะเป็นพระสงฆ์



ก็ใช่ว่าตัดช่องน้อยแต่พอตัว



เพราะเมื่อบวชเป็นพระก็มีภาระหน้าที่ของพระ



คือต้องดูแลญาติโยม คอยให้คำปรึกษา พระสงฆ์เป็นผู้ที่ทำให้ศาสนาดำรงอยู่



ด้วยการโปรดสัตว์ และดำเนินรอยตามพระพุทธเจ้า



ประตูสู่เส้นทางธรรมนั้นเปิดกว้างเสมอ หากชายผู้ได้โอกาส



มุ่งหวังการถือครองเพศสมณะ แต่ก็ใช่ว่าลูกผู้ชายทุกคน



จะกล้าหาญตัดสินใจบวชพระกันทุกคน



การฝึกฝืนความเคยชินเดิมๆ อดในสิ่งที่อยากได้แต่ไม่ได้



ทนในสิ่งที่ไม่อยากได้แต่กลับได้ ต้องอาศัยกำลังใจสูงส่ง



และที่สำคัญต้องถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสศรัทธาเต็มเปี่ยม











ณเดชน์ คูกิมิยะ ดาราชื่อดังที่ไม่มีข่าวเสียหาย



ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในวงการบันเทิง ถึงแม้เขาบอกว่าความเป็นซูเปอร์สตาร์

















เป็นสิ่งที่คนอื่นมอบให้ เขาเองเป็นเพียงดาราธรรมดาคนหนึ่ง



ที่อาจจะมีโอกาสทำงานเยอะกว่าแต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์สตาร์



คำให้สัมภาษณ์ที่ส่องสะท้อนความคิดจิตใจ ของนักแสดงหนุ่มคนนี้



คงทำให้เราได้เห็นตัวตนดีงามภายใน ที่วันนี้ได้รับการเติมเต็มให้สมบูรณ์ขึ้น



ผ่านบทฝึกความเป็นพระ อันเป็นเส้นทางอริยะทางเดียวกับพระพุทธเจ้า



ถึงแม้จะบวชเป็นระยะเวลาแสนสั้นแต่ดอกผลต้นพันธุ์ที่ได้นั้น



งอกงามดีเหลือเกิน ทำให้ดิฉันนึกถึงประโยคที่กล่าวว่า



“หนึ่งนาทีที่เป็นบัณฑิต ดีกว่าตลอดชีวิตที่เป็นพาล”










ขออนุโมทนาในบุญกุศลที่เกิดขึ้นด้วยคะ

เรื่องโดย. คนธรรมรำพัน









 Cr.เนื้อความบทสัมภาษณ์จาก นิตยสารดิฉัน ฉบับ เดือนมีนาคม 2559

http://komdhamma.blogspot.com






โครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย (ภาคฤดูร้อน)


วันที่ 20 มีนาคม
-
14 พฤษภาคม พ.ศ.2559 (รวม 56 วัน)


บวชฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชาย ต้องเป็นหนึ่งใน ๑๐๐,๐๐๐ รูป ที่บวชแทนคุณพ่อแม่





  การบวช เป็นวิธีการง่าย ๆ
ที่ทำให้เราได้ตอบแทนคุณพ่อแม่ได้ดีที่สุด ตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้หลักไว้
แม้เราจะเลี้ยงดูท่านให้สุขสบายเพียงไร ก็ไม่
ขึ้นชื่อว่าแทนคุณท่านหมดหากเรายังไม่สามารถทำให้พ่อแม่มีศรัทธา
ศีล จาคะ และปัญญา ในพระพุทธศาสนาเพราะการให้ทรัพย์และเลี้ยงดูท่านอย่างดีสักเพียงใด
ก็
ถือเป็นสิ่งที่ช่วยท่านได้เพียงชาติเดียวอีกทั้งก็ไม่ใช่สิ่งที่ประกันได้ว่า..จะปิดอบาย
และทำให้ท่านมีสุขในโลกหน้า


      ดังนั้น ชาตินี้มีบุญได้เกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกันแล้ว ก็ควรบวชให้ท่าน
เพราะพ่อแม่จะได้บุญจากการบวชของลูกชายแท้ ๆ มากกว่าที่จะให้ใครมาบวชให้หรือแม้พ่อ


แม่จะละโลกไปแล้ว
ท่านก็ยังรอคอยบุญจากการที่ลูกชายบวชให้อยู่เสมออีกทั้งท่านจะซาบซึ้งว่า..ลูกชายคนนี้
ยังไม่ลืมและยังคงคิดถึงท่านตลอดเวลาที่สำคัญมหา


กุศลอันยิ่งใหญ่จากการบวชนี้
จะทำให้ท่านพ้นทุกข์และมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป ทุกภพทุกชาติ ดังนั้น
อย่าให้พ่อกับแม่รอคอยการบวชต่อไปอีกเลย เพราะถ้าลูกไม่บวช


แล้วใครจะบวชให้พ่อกับแม่...





รับสมัครบวชตั้งแต่วันนี้
- ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙


สมัครบวชและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


โทร. 02-831-1234,
087-707-7771 ถึง 3























>> ชาคริต แย้มนาม ออกบวชทดแทนคุณบิดามารดา <<


พระเอกหนุ่ม "ชาคริต แย้มนาม" ได้ปลงผมและเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ได้รับฉายาว่า "อคฺคปญฺโญ" แปลว่า ผู้มีปัญญาเลิศ ณ วัดอินทาราม จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ โดยมีภรรยา "วุ้นเส้น-วิริฒิพา" รวมถึงผู้ใหญ่และเพื่อนวงการบันเทิงร่วมงานคับคั่ง



ทั้งนี้เมื่อบวชแล้วพระชาคริตจะเดินทางไปศึกษาและปฏิบัติธรรมที่จังหวัดภูเก็ต เป็นเวลา 2 สัปดาห์ขึ้นไป และยังไม่กำหนดวันลาสิกขา ขออนุโมทนาบุญกับพระชาคริต และผู้มาร่วมงานทุกท่าน สาธุ


**ขอขอบคุณภาพงานจาก Instagram : @pooprissana